เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน (endding)

สวัสดีคร่า มาแว้ว มาแว้ว สำหรับภาคต่อ ตอนนี้ก็เข้าสู่การเริ่มออกเดินทางสู้จังหวัดแม่ฮ่องสอนแล้วนะคะ จากเชียงใหม่ น้องที่นี่แนะนำว่าให้ขึ้นรถตู้ไปค่ะ แต่จำราคาแล้วก็ระยะเวลาการเดินทางไม่ได้แล้วค่ะ เนื่องจากได้รับคำเตือนว่า ควรกินยาแก้แพ้แล้วหลับไปเลย เพราะเส้นทางการไปถึงแม้จะมีแค่โค้งซ้ายกับโค้งขวาแต่เป็นโค้งแบบที่เรียกว่ายูเทิร์นจะเหมาะกว่า 555+ แถมโค้งมีทั้งหมด 1,864 โค้ง โห O_o แนนก็อัดยาแก้เมาไป 2 เม็ด แล้วหลับตลอดการเดินทางเลยค่ะ ไม่ดูมันแล้วธรรมชาติ 2 ข้างทาง ขอนอนดีกว่าพะอืดพะอม เมารถ หัวทิ่มค่ะ

แต่รถตู้ขับไปซักพักก้แวะให้ทานข้าว ทานน้ำ เข้าห้องน้ำ ยืดเส้นยืดสาย กลางทาง ลงจากรถมายังแอบเดินตัวเอียงๆเลยค่ะ แต่บรรยากาศรอบข้างก็ทำให้สดชื่น อากาศเย็นๆแบบนี้นี่เองที่เรียกกันว่า fresh air ค่ะ แถมแม่ค้าแถวนี้ก็น่ารักค่ะ ยิ้มตลอด เลยรู้สึกดีขึ้นบ้าง หลังจากพักกันประมาณ 1 ชั่วโมงก็เริ่มออกเดินทางกันต่อค่ะ สู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีคำขวัญว่า “หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง”

พอถึงที่แม่ฮ่องสอนเราก็เดินหาที่พักกันค่ะ ได้ที่พักที่ชื่อว่า “ร่มไทร” แถววัดจองคำค่ะ เป็นที่พักแบบ home stay มีเจ้าของเป็นคุณลุง คุณป้า ที่ขอบอกว่า น่ารักมากๆๆๆ เหมือนอยู่ที่บ้านกับครอบครัวเลยค่ะ บริการดีสีหน้ายิ้มแย้ม พอเราถามว่าจะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง ลุกชายคุณป้าก็เสนอ อุทยานถ้ำปลาค่ะ เพราะว่าด้วยเวลาที่เรามาถึงแม่ฮ่องสอนก็ปาไปบ่าย 3 แล้ว จะไปเที่ยวไกลกว่านี้คงลำบาก ราคาค่ารถก็ไม่แพงค่ะ เหมากะลูกชายคุณป้าไปกลับแค่ 400 บาทเอง ถือว่าถูกมาก สำหรับ 5 หน่อ และระยะทางไกลใช้ได้ทีเดียว หลังจากนั้นพวกเราก็ขึ้นรถขนหมู เอ้ย ปิ๊กอัพไปเที่ยว วนอุทยานถ้ำปลา กันค่ ตลอดสองข้างทางของการมุ่งหน้าสู่ถ้ำปลานั้น ขอบอกจากใจเลยค่ะว่า เกิดมาพึ่งเคยได้เห็น นาขั้นบันไดค่ะ สวยมาก ถึงแม้จะมีแค่ทุ่งนา ภูเขา ต้นไม้ แต่เป็นอะไรที่ธรรมชาติจริงๆค่ะ เงียบสงบอย่างบอกไม่ถูก ถ้าไม่ได้มาเที่ยวที่แม่ฮ่องสอนคงเสียดายแย่เลยค่ะ

ภาพนี้เล่าเรื่องแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของโคราช

แอบแว่บมาช่วยหนูแนน อัพเดทบทความด้วยครับ เอารูปภาพตอนที่ไปทำงาน ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลที่โคราชมาฝากกันครับ

มีหลายที่ท่องเที่ยวน่าประทับใจอย่างยิ่ง อยากให้ได้ลองไปท่องเที่ยวกันครับ ช่วยกันมาท่องเที่ยวไทย เงินทองจะได้ไม่ไหลออกไปนอกประเทศครับ

ที่วัดแห่งนี้

ภาพก่อนเดินขึ้นไปด้านบน

เมื่อมาถึงด้านบนแล้วก็เก็บรูปภาพเป็นที่ระลึก

หลวงพ่อข่าว ดูน่าศักดิ์สิทธิ์และน่านับถือ

แวะเที่ยวระหว่างทาง

เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน (ep1)

สวัสดีค่าทู๊กคน

หายหน้าไปนานเลยทีเดียว เนื่องจากยุ่งมากถึงมากที่สุดค่ะ ประกอบกันเกิดอาการเซ็งจาก 2 สถานการณ์ หนึ่ง บ้านเมืองค่ะ บ้านเมือง สอง ซีรี่ย์เกาหลีที่อุตสาห์ตั้งตาคอยดู กลับหักมุม หักอก ทำร้ายจิตใจคนดูอย่างเลือดเย็น T_T แต่ช่างเถอะค่ะ แนนเลยรีบมาเขียนแนะนำที่เที่ยวให้ทุกคนเพื่อรักษาอาการเซ็ง เครียดเป็นการเยียวยาจิตใจดีกว่าค่ะ

ย้อนกลับไปสมัยสาวๆละอ่อนกำลังเริ่มทำงานใหม่ๆค่ะ ได้มีโอกาสไปออกหน่วยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยการอุปการคุณจากเจ้านายซึ่งอนุญาตให้ปิดแล็ปไปเที่ยวกันเลยทีเดียว พอรู้ข่าวว่าจะได้ไปซิ่งกัน 5 หน่อก็จัดการเตรียมตัวกันตั้งแต่ จองตั๋วรถทัวร์ จองที่พัก กำหนดตารางการเดินทาง การเที่ยว ประมาณค่าใช้จ่าย (ส่วนที่เจ้านายออกให้และส่วนที่พวกเราต้องออกกันเอง)เพราะเราวางแผนกันว่าจะไปซิ่งกันที่เชียงใหม่ก่อนแล้วค่อยเดินทางไปแม่ฮ่องสอนกัน ตอนนั้นปายพึ่งเริ่มดังเองค่ะ ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก ก็เลยไม่ได้อยู่ในแผน ช่วงที่ไปก็ประมาณปลายเดือนมกรา อากาศที่เชียงใหม่ยังดีและเย็นอยู่ค่ะ เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพประมาณ 3 ทุ่มโดยรถทัวร์แบบ VIP 24 ที่นั่ง เพราะใช้ตังค์เจ้านายค่ะ 555+ ตอนเดินทางไปแอบมีเรื่องให้ตกใจเล็กน้อยเพราะอยู่ตอนตี 2 รถทัวร์แอบดับกลางทางค่ะ ขอบอกว่าน่ากัวมากเพราะรถท่านดันไปดับหน้าศาลเจ้าค่ะ โหๆๆๆ เหนือคำบรรยาย คิดดูค่ะ 26 ชีวิต (รวมคนขับแอนด์จนท.ต้อนรับบนรถทัวร์) นั่งรอรถทัวร์คันที่ตามมาซึ่งม่ะรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ตอนตี 2 จิตตกกันเลยทีเดียว แต่เพียง 15 นาทีรถทัวร์อีกคันก็ตามมาค่ะ พวกเราก็กรูกันขึ้นรถคันใหม่สิคะ ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ก่อนก็ใจดีแบ่งปันที่นั่งให้ (รถคันนี้มาไม่เต็มค่ะ ประมาณ 12-13 คนได้) พวกเรา 5 หน่อก็เลยได้รับอภิสิทธิ์ในการนั่งชั้นล่าง ที่เค้าเอาไว้ร้องคาราโอเกะกันอ่ะค่ะ แต่อยู่ดีๆ รถคันที่พวกเรานั่งมาก้เกิดติดค่ะ สงกะสัยต้องน้อยใจที่พวกเราทิ้งเค้า ก็เลยติดขึ้นมาซะงั้น 555+

และแล้วก็เลยขนขบวนกลับคันเดินและเดินทางมาถึงเชียงใหม่ประมาณ ตี5 กว่าๆ ในสภาพเป็นหมีแพนด้ากันทุกคน แต่พอเจออากาศที่เชียงใหม่เท่านั้นหล่ะค่ะ หายง่วงเลยค่ะ เพราะหนาวสะท้านเลย พวกเราก็เลยแวะทานโจ๊กร้อนๆคลายหนาวกันที่ขนส่งกันก่อน อร่อยมากเลยค่ะ ทานเสร็จน้องชายพี่ที่ไปด้วยก็มารับพอดี หลังจากที่เก็บข้าวของที่บ้านน้องเค้ากันแล้ว ก็ออกเดินทางไป ดอยสุเทพ กันค่ะ ระยะทางขึ้นดอยไม่ไกลมาก แต่ โอ้ ถ้าใครเมารถง่ายขอแนะนำให้ทานยาแก้เมา 20 นาทีค่ะ เพราะเวียนหัวใช้ได้เลยทีเดียว สำหรับแนนหนนี้เป็นหนที่ 2 ที่ได้มาสักการะ

เที่ยวดอนหอยหลอด

สวัสดีค่ะทุกคน ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะเจ้าคะ ชื่อ แนน เจ้าค่ะ  เป็นสาวอายุขึ้นเลข 3
ที่ชอบเที่ยวมาก แต่ 555 ไม่อยากจะบอกว่า หาเวลาว่างไม่ค่อยได้เลย พอว่างก็ตังค์ม่ะมี เป็นธรรมดาของมนุษย์เงินเดือนอ่ะค่ะ แต่มี trip นึงที่ประทับใจ คือ การไปเที่ยว ดอนหอยหลอด ค่ะ เพราะ ไปได้เช้าเย็นกลับ ค่าใช้จ่ายรับได้ และการไปถึงไม่มีรถก็สะดวกค่ะ
ขอบอกก่อนเลยค่ะ ตอนที่พี่ๆที่ทำงานชวนไปเที่ยวนั้น แนนก็คิดว่า โอ้ แม่เจ้า ดอนหอยหลอด  มันอยู่ไหนฟะ ไกลป่ะเนี่ย มีแต่หอยหลอดหล่ะมั๊ง  พี่ๆท่านก็ให้ความกระจ่างว่า อยู่ที่สมุทรสงคราม ตรงแม่กลองน่านแหล่ะ ไม่ไกล ไปง่าย ของกินสดอร่อย โดยเฉพาะเป็นพวก กุ้ง ปู ปลาหมึก ฟังเท่านี้หล่ะค่ะ ตกลงไปในทันที
และแล้วก็ถึงวันและเวลาที่นัดหมาย ไปเจอกันตรงอนุสาวรีย์ค่ะ ประมาณซัก 9-9.30 น. พอรวมพลครบก็เริ่มทยอยเดินไปขึ้นคิวรถตู้ ค่ารถไป-กลับประมาณคนละ 150 บาท ไปกัน 8 หน่อ รถตู้สภาพโอเคทีเดียวนั่งไปใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ลงตรงตลาดแม่กลอง แวะเดินดู ปลาทูแม่กลอง ที่เค้าร่ำลือกันว่า หน้างอ-คอหัก เออ แปลกดีค่ะไม่เหมือนปลาทูที่เห็นในตลาดที่กทม.เลย ดูหน้าปลาทูเค้ากวนประสาท ยังไงไม่รู้  555
เดินมาสุดตลาดก็มาขึ้นรถสองแถวตรงหน้าโรงพยาบาล แต่ แหะ แหะ จำชื่อโรงพยาบาลไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าใช่ โรงพยาบาลแม่กลองหรือปล่าว ค่ารถนั่งไปดอนหอยหลอด เพียงคนละ 10 บาทเองค่ะ แต่อย่าพึ่งค่ะพี่น้องระยะทาง 10 บาทของจังหวัดสมุทรสงครามขอบอกว่า ไกลใช้ได้เลยทีเดียว ตลอดระหว่างทางแอบเห็นวิถีชีวิตชาวบ้าน บวกกับ ความมีน้ำใจของคนในพื้นที่
และแล้วเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก ได้กลิ่นทะเลแล้วค่ะ และแล้วก็มาถึง เจ้าตัวแสบสองตัวดีใจกันใหญ่ พอลงรถก็เริ่มพิธีการเดินซื้อของ โอ้ ร้านค้าเยอะมากๆเลยค่ะ มีขายทั้งของแห้ง ของสด ของฝาก ตลอดสองข้างฝั่ง เลือกกันไม่หวาดไม่ไหว เดินตั้งนานเลือกไปเลือกมา แต่พอได้ร้านเท่านั้นหล่ะค่ะ แม่เจ้าประคุณ ซื้อกันประดุจจะกินกันถึงชาติภพหน้าเลยทีเดียว แต่ละคนคนละ สี่ซ่าห้าถุง ปลาหมึกเอย (ขอบอกว่าปลาหมึกตัวใหญ่มากๆ) กุ้งเอย ปูเอย หอยนางรมเอย หอยหลอดเอย ห่อหมกเอย  แต่ขนาดซื้อมาเยอะขนาดนี้ หารกันจริงๆก็ตกประมาณคนละ 200 เองค่ะ ถือว่าถูกมาก
บรรยากาศที่นั่งกินก็เป็นริมทะเลหล่ะค่ะ เช่าเสื่อมา 3 ผืน ผืนละ 20 บาท อยากนั่งตรงไหนเลือกได้ตามใจชอบ พวกเราก็เลือกแถวร่มๆหน่อยหล่ะค่ะ แต่ไม่ต้องกลัวร้อนแดดนะคะ เพราะลมทะเลพัดตลอดเวลา มาถึงช่วงที่ทุกคนรอคอยแล้วค่ะ ช่วงรับประทานนั่นเอง โอ๊ย ขอบอกค่ะ ว่าแต่ละอย่างสดมาก สดมากจริงๆ หวานแบบไม่มีคำบรรยายเลยค่ะ น้ำจิ้มซีฟู้ดของร้านที่ซื้อมานี้ ถึงใจมากค่ะ กินกันจนพุงกาง ก็นั่งพึงพุงไปถ่ายรูปกันไป พอเริ่มเคลื่นขบวนกันไหวก็ได้ไปไหว้ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่อยู่ใกล้เพื่อเป็นศิริมงคลก่อนเดินทางกลับ
แต่ก่อนกลับขออีกนิดค่ะ ต้องแวะซื้อของฝากคุณแม่ ฝากคุณแฟน ฝากคุณเพื่อนๆ ซักกะหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าหนีเที่ยวแล้วยังไม่คิดจะซื้อของมาฝากอีก ก็ได้พวกปลาหมึกแห้ง ปลาหมึกกรอบ ขนมจาก ปลาเส้น ซื้อแบบถูกใจชี้เลยเพราะคุณแม่ค้าที่นี่ใจดีให้ชิมแล้วยังลดราคาให้อีกนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
ขากลับก็มาดักรอโบกรถสองแถวนั่งมาลงที่เดิมแอบมีเดินตลาดแม่กลองอีกรอบ และก็ได้เห็นอะไรแปลกๆที่เคยได้เห็นจากรายการโทรทัศน์แต่ ไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองด้วยค่ะ คือประมาณริมๆตลาดที่เค้าขายแถวๆรางรถไฟ พอรถไฟมาแม่ค้าแถวนั้นเค้าก็เตรียมเก็บแผงขายของค่ะ แต่ถ้ายังติดภารกิจขายอยู่ก็ต้องหยุดขายค่ะ เพราะรถไฟมาแล้ว รถไฟจิงๆค่ะ วิ่งผ่ากลางตลาดเลยทีเดียว แบบหลังคารถไฟกับหลังคาร่มแม่ค้าแทบจะจุ๊บกันเลยทีเดียว ไม่พอนะคะผู้โดยสารที่อยู่บนรถไฟแทบจะหายใจรดต้นคอคนเดินตลาดกันเลยด้วยเจ้าค่ะ แต่พอรถไฟผ่านไปทุกอย่างก็เข้าสู้สภาวะปกติ เค้าก็เลื่อนแผงกับไปที่เดิม ย้ำนะคะ เลื่อนแผงเพราะแอบเห็นเค้าทำแผงติดล้อเลื่อนกันเลยทีเดียว เป็นความแปลกที่น่าประทับใจมากเลยค่ะ amazing ไทยแลนด์จิงๆค่ะ
หลังจากจับจ่ายกันจนไม่มีมือจะถือแล้ว ออกจะตลาดก็พอดีเดินผ่านร้านขายกาแฟค่ะ เหนื่อยๆแบบนี้ ขอที่สำหรับถือกาแฟอีกแก้วแล้วกันค่ะ กาแฟร้านนี้เป็นร้านย่อมๆที่น่ารักมาก กาแฟสดก็อร่อยด้วย ถูกด้วย แก้วละ 25 บาทเองขนาดแก้วเท่าในกรุงเทพ นี่หล่ะค่ะ นอกจากมีกาแฟ ยังมี  โกโก้ โอวัลติน น้ำแดง น้ำส้ม นมเย็น โอ๊ย เพียบค่ะ รสชาติอร่อยชื่นใจมากๆเจ้าค่ะ และแล้ว 8 หน่อก็เดินมาถึงคิวรถตู้เตรียมรอขึ้นรถกลับกรุงเทพค่ะ เบ็ดเสร็จแล้วถึงกรุงเทพก็ประมาณ 5 โมงหน่ะค่ะ ถือว่าเป็น 1 วันที่คุ้มค่า และสนุกใช้ได้ทีเดียว
สำหรับคนที่มีเวลาน้อย ไม่อยากเดินทางไกล กำลังหาที่บรรยากาศดีๆ สบายๆ  ราคาประหยัด ที่ ดอนหอยหลอด ก็ถือว่าเป็นทางเลือกนึงที่น่าสนใจนะคะ แล้วโอกาสหน้าจะมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ บ๋ายบาย